ประวัติเทศบาล PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   

ประวัติความเป็นมาของ เทศบาลท่าไม้รวก
                ประวัติความเป็นมาของตำบลท่าไม้รวกนั้น แต่เดิมบรรพบุรุษได้ตั้งรกรากอาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี  มานานกว่า 150 ปี จากคำบอกเล่าสู่กันมานาน แต่ก่อนสถานที่เดิมเป็นป่าไม้รวก ชาวบ้านมีอาชีพทำไร่ และตัดไม้รวกไปขาย โดยบรรทุกใส่ลงแพล่องไปตามแม่น้ำเพชรบุรี ต่อมามีผู้คนมาอาศัยอยู่ ตั้งบ้านเรือนถาวรริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี จนเป็นตำบลท่าไม้รวกในปัจจุบันนี้ และผู้ที่ดำรงตำแหน่งกำนัน จากอดีต ( เท่าที่สืบค้นได้ ) จนถึงปัจจุบันนี้
                    

1. นายผาด  มีผล
2. นายใบ แสนกล้า
3. นายชวน ลายคราม
4. นายสิทธิชัย ภานุวาส
5. นายประสิทธิ์ เกตุรัตน์
6. นายโทน อยู่ฉิม
7. นายผัน พุกคุ่ย
8. นายธันยสิทธิ์ ปุ้ยธนาวัฒน์

   ต่อมาในปี พ.ศ. 2537 รัฐบาลภายใต้การนำของนายชวน  หลีกภัยดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้ออกพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538 ( ตามเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการ การกระจายอำนาจ แทนที่จะรวมศูนย์อยู่ในส่วนกลางหรือภูมิภาคความเจริญเติบโตในชนบทจึงไม่ค่อยทั่วถึง )  มีผลทำให้ตำบลที่มีรายได้เฉลี่ยสามปีย้อนหลังหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ยกฐานะเป็นหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่น “องค์การบริหารส่วนตำบล ” มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและตำบลท่าไม้รวกได้จัดตั้งเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 มกราคม 2539 ลงนามโดย นายบรรหาร ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113ตอนที่ 9 ง ลงวันที่ 30 มกราคม 2539 โดยมีนายประสิทธิ์ เกตุรัตน์ เป็นประธานกรรมการบริหารคนแรกและต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลท่าไม้รวกในวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551 โดยมี นายสิริศักดิ์  สมบัติทวีพูน เป็นนายกเทศมนตรีคนแรก

ประวัติความเป็นมาของแต่ละหมู่บ้านในตำบลท่าไม้รวก

                ประวัติหมู่ที่ 1 บ้านท่าไม้รวก
                ความเป็นมาของหมู่บ้านท่าไม้รวกนั้น เดิมภายในบริเวณพื้นที่ของหมู่บ้านมีป่าไม้รวกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก และชาวบ้านส่วนใหญ่จะตัดไม้รวกไปขายโดยการล่องแพไปตามแม่น้ำเพชรบุรี  จึงทำให้ผู้ที่อาศัยในบริเวณนั้นเรียกว่าบ้านท่าไม้รวก    ผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่ที่  1 คือ นายเกริ่น เกิดทรัพย์ และต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2520 นายเผา พิมพ์สะอาด ก็ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน จนถึง พ.ศ. 2528 ต่อมา           นายสัมฤทธิ์ จุ้ยเทียน และเมื่อปี พ.ศ. 2539 ก็ได้มีการแยกขอบเขตของการปกครองโดยการตั้งหมู่บ้านใหม่เป็น หมู่ที่ 8 บ้านท่าไม้รวกล่าง

                 ประวัติหมูที่ 2 บ้านหนองเตียน
                หมู่บ้านหนองเตียน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2250 ( สมัยรัชกาลที่ 5 ปกครองสยาม สืบเนื่องจาก พ.ศ. 2250 จนถึงปัจจุบัน ได้ 297 ปี ( พ.ศ. 2547 ) มีเนื้อที่ 4,500ไร่ เดิมทุ่งบ้านหนองเตียน ซึ่งตั้งอยู่ที่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 10 หลังคาเรือน มีเพียง 3 นามสกุลที่อาศัยอยู่คือ  นามสกุล แช่มเทศ นามสกุล เกตุรัตน์ และนามสกุลเกิดทรัพย์ อาชีพหลักของคนสมัยนั้น คือ ตัดไม้รวกขาย อาชีพรองคือ การทำนา ก่อนจะย้ายถิ่นฐานทุ่งหนองเตียน มาตั้งรกรากที่ริมแม่น้ำกลัดวังงาม    ( บ้านหนองเตียนในปัจจุบัน ) เพราะทนความแห้งแล้งไม่ไหว   หมู่บ้านหนองเตียนมีผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว 10 คน คือ   1.นายเพิ่ม เกตุรัตน์    2.นายเพลิง สุขสม  3.นายรวย แช่มเทศ   4.นายคิ้ม   ช่อมาลี     5.นายแก่น ดำริ    6.นายดี ผิวผ่อง    7.นายทองหล่อ  พุกคุ่ย     8.นายอรัญ  อินแย้ม    9.นายสุรพล  อบลัดดา  และ 10.นายสมชาย   เกตุรัตน์(คนปัจจุบัน)

                  ประวัติหมู่ที่ 3 บ้านในคุ้ง 
                ความเป็นมาของบ้านในคุ้ง เกิดขึ้นเนื่องจากภายในบริเวณที่ตั้งของหมู่บ้านมีลักษณะเป็นคุ้งน้ำ เดิมเรียกว่า “ คุ้งขนมบูด ” โดยแม่น้ำแม่ประจันต์และแม่น้ำเพชรบุรีไหลมาบรรจบกันทำให้เกิดเป็นคุ้งขนาดใหญ่ จึงเรียกว่า “ บ้านในคุ้ง ” มาจนถึงปัจจุบัน หมู่บ้านในคุ้งมีผู้ใหญ่บ้านคนแรกคือ ผู้ใหญ่เรียง  จันนิล      ผู้ใหญ่สิทธิชัย  ภานุวาส       ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่สนิท  บัวโรยและผู้ใหญ่สุวินัย   ทับห้างเป็นคนปัจจุบัน

                 ประวัติหมู่ที่ 4 บ้านหนองชุมแสง
                แรกเริ่มทีเดียว บ้านหนองชุมแสงเป็นป่าไม้ใหญ่ ชาวบ้านชอบเรียกว่าป่าดงดิบ ไม่มีใครกล้าเข้ามาเที่ยว นอกจากพรานป่าเท่านั้น ป่านี้เป็นที่อยู่ของสัตว์หลายชนิด เช่น ช้าง เสือ กวาง เก้ง หมี ฯลฯ  ไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่เลย นอกจากหมู่บ้านที่ใกล้เคียงที่มีอยู่เดิม คือ บ้านท่าลาว บ้านท่าไม้รวก บ้านหนองเตียน ไม่มีผู้คนเดินผ่านป่าแห่งนี้ พวกชาวบ้านเหล่านี้อาศัยเรือเป็นยานพาหนะในการติดต่อซึ่งกันและกัน พวกที่เข้ามาเที่ยวในป่าแห่งนี้กลับไปจะเป็นไข้ป่าทุกคน และรักษามิใคร่หาย เพราะในสมัยนั้นการแพทย์ไม่ค่อยเจริญ    เริ่มมีผู้คนทยอยกันเข้ามาทำมาหากินในป่านี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2486โดยการแนะนำของนางเจียม  สุขสมบัติ ได้ชักชวนชาวไทย และชาวจีน เข้ามาอาศัยทำกินในถิ่นนี้ ตอนนั้นรัฐบาลยังมีมีกฎหมายคุ้มครองสงวนป่า ต่อมารัฐบาลมีโครงการที่จะสร้างเขื่อนกั้นน้ำขึ้น จึงมีผู้คนอพยพเข้ามากันมากขึ้น เมื่อมีผู้คนอพยพมามากขึ้นจึงจัดตั้งเป็น “ หมู่บ้านหนองชุมแสง ” ที่เขาเรียกกันว่าบ้านหนองชุมแสง เพราะ ในป่าแห่งนี้มีหนองน้ำอยู่หลายแห่ง แต่เป็นที่น่าสนใจอยู่แห่งหนึ่ง จะเป็นหนองน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ใช่ ที่หนองน้ำนี้มีต้นไม้ชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ในหนองน้ำ ชาวบ้านเรียกกันว่า “ ต้นชุมแสง ” มีผู้เล่าว่าต้นชุมแสงนี้ เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ในยามเข้าหรือยามเย็นจะมีแสงระยิบระยับ ทำให้ดูแล้วมีความสวยงาม จึงได้ใช้เรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “ บ้านหนองชุมแสง ”  มีผู้ใหญ่บ้านเท่าที่สืบค้นได้จำนวน  4 คน  ดังนี้ 1.ผู้ใหญ่ช้อน    ลายคราม    2.ผู้ใหญ่ประสิทธิ์   เกตุรัตน์    3.ผู้ใหญ่ผิน    นภาธรรมสกุล   4.ผู้ใหญ่บุญยิ่ง    รุ่งเรือง (คนปัจจุบัน)

                 ประวัติหมู่ที่ 5 บ้านท่าลาว
                หมู่บ้านท่าลาว เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเก่าแก่มาตั้งแต่ดั้งเดิมจากหลักฐานปรากฎตามนิราศเขาลูกช้าง ซึ่งแต่งโดยนายต่วน เมื่อปี พ.ศ. 2429 แต่งขึ้นในโอกาสที่เดินทางไปเตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จประพาสเขาลูกช้าง เมื่อวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2429 ตามความตอนหนึ่งว่า

                                ฉันก็เร่งรีบเดินเกินท่าลาว                 เห็นสาวสาวยืนอยู่ไม่สูสี

                                ถึงตำบลเขาเรียกว่ากบชี                     นึกยินดีดังได้ไปนิพพาน

                 จากหลักฐานดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ชุมชนบ้านท่าลาวนี้มีมาตั้งแต่เดิมในสมัยรัฐกาลที่ 5 แล้ว เมื่อมีการจัดตั้งหมู่บ้านตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 จึงใช้ชื่อว่า “ หมู่บ้านท่าลาว ” มาจนถึงปัจจุบันและมีผู้ใหญ่บ้านเท่าที่สืบค้นได้จำนวน  6 คน ได้แก่ 1.ผู้ใหญ่ฑูรย์  แสนกล้า   2.ผู้ใหญ่ใบ   แสนกล้า    3.ผู้ใหญ่บด   อินทร์แหยม   4.ผู้ใหญ่ทรัพย์    พุกคุ่ย    5.ผู้ใหญ่โทน    อยู่ฉิม    6.ผู้ใหญ่วิชาญ    อยู่ฉิม (คนปัจจุบัน)

                 ประวัติหมู่ที่ 6 บ้านเขาลูกช้าง
                หมู่ที่ 6 บ้านเขาลูกช้าง แยกจากหมู่ที่ 5 บ้านท่าลาว โดยใช้ชื่อตามชื่อภูเขาล้างที่มีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ดั้งเดิม ชุมชนย่านนี้มีสภาพเป็นป่าเขาไม่มีผู้คนอาศัยประกอบกับมีไข้มาลาเรียระบาด ทำให้ผู้คนไม้กล้าอยู่อาศัยมากนัก   ต่อมาปี พ.ศ. 2494 พระอาจารย์จ้วน จันทสิริ  (พระครูพิพิธพัชรศาสน์  ชื่อสมณศักดิ์ของท่านในเวลาต่อมา ) พระภิกษุสงฆ์วัดท่าคอยได้มาเป็นเจ้าอาวาส และพระคุณท่านได้พัฒนาสิ่งสาธารณะประโยชน์ต่างๆ ไว้มากมาย ท่านเป็นพระภิกษุที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  ได้สร้างโรงเรียน สถานีอนามัย สถานีตำรวจ ก่อสร้างถนนหนทาง จนมีผู้คนมาอยู่อาศัยมากขึ้นในบริเวณเขาลูกช้างนี้ จนเป็นย่านชุน โดยส่วนใหญ่พื้นที่ของหมู่ ที่ 6 เป็นที่ดินของวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้างเกือบทั้งหมด เมื่อมีความเจริญมากยิ่งขึ้นในสมัยของท่าน ทางราชการจึงจัดตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่ ชื่อว่า  “ หมู่บ้านเขาลูกช้าง ”

                 ประวัติหมู่ที่ 7 บ้านไร่หลวง
                ความเป็นมาของบ้านไร่หลวงเกิดขึ้นเนื่องจากเดิมเป็นบริเวณนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนเพาะชำพันธ์ไม้ประเภทมะฮอกกานี ต่อมาประชาชนได้เข้ามาอาศัยมากขึ้น ทางราชการจึงอนุมัติให้ทำกิน จึงเรียกว่าบ้าน “ ไร่หลวง ” มาจนถึงปัจจุบันนี้   ผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือนายสมพร  ภิญญาธนาบัตร เริ่มดำรงตำแหน่งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2527 และมีนายประสิทธิ์  แซ่ปุ้ย ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

                ประวัติหมู่ที่ 8 บ้านท่าไม้รวก
                ความเป็นมาของหมู่บ้านท่าไม้รวกนั้นเดิมในบริเวณพื้นที่ของหมู่บ้านมีป่าไม้รวกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะตัดไม้รวกนำล่องแพไปขาย จึงเรียกชื่อ บ้านท่าไม้รวก แต่เนื่องจากบ้านท่าไม้รวกมีพื้นที่ที่กว้างเกินขอบเขตการปกครองจากหมู่ที่ 1 จึงได้มีการแบ่งเขตการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2539  โดยมีผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่ที่ 8 คือ นายเจียน  น้อยวงศ์  ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2539  แต่เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ประมาณ 7 เดือนก็เสียชีวิต จึงต้องเลือกผู้ใหญ่บ้านเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2539 โดยนายวสันต์  แสงกลั่น ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก และผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบันคือ นายยงยุทธ  อินทร์เรือง

                 ประวัติหมู่ที่ 9 บ้านห้วยตะวาย
                หมู่ที่ 9 บ้านห้วยตะวาย แยกจากหมู่ที่ 6 บ้านเขาลูกช้าง ซึ่งแต่เดิมเป็นชุมชนเดียวกัน เมื่อมีความเจริญมีผู้คนอาศัยมากขึ้น ทำให้ไม่สะดวกในการปกครองดูแลและพัฒนา ทางราชการโดยกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดเพชรบุรีได้ประกาศจัดตั้งหมู่บ้านใหม่ในเขตตำบลท่าไม้รวก เป็นหมู่ที่ 9   เมื่อวันที่   12   เมษายน   พ.ศ. 2542    โดยใช้ชื่อลำห้วยที่คนในหมู่บ้านใช้ในการอุปโภคบริโภคที่เรียกว่า     “ ห้วยตะวาย ” เป็นชื่อหมู่บ้านห้วยตะวาย

                 ประวัติหมู่ที่ 10 บ้านโค้งตาบาง
                เดิมเป็นหมู่บ้านเดียวกับบ้านไร่หลวง เมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้แยกมาเป็นหมู่ที่ 10 บ้านโค้งตาบาง เหตุที่เรียกว่าบ้านโค้งตาบางเพราะคนรุ่นแรกที่มาอยู่ชื่อนายบาง  มาปลูกบ้านอาศัย อยู่บริเวณทางโค้งของพื้นที่หมู่บ้านแล้วชาวบ้านก็ได้สัญจรไป-มา จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่าบ้านโค้งตาบาง มีผู้ใหญ่คนแรกคือ นายฉันท์  อัครสกุลภิญโญ

                ประวัติหมู่ที่ 11 บ้านหนองชุมแสงล่าง
                บ้านหนองชุมแสงล่าง หมู่ที่ 11 แต่เดิมอยู่รวมกับบ้านหนองชุมแสง หมู่ที่ 4 ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ จากหลักฐานชื่อหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันยังปรากฎอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 11 คือ หนองน้ำ หนองชุมแสง บรรพบุรุษได้ตั้งรกรากอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี รวมทั้งอาศัยหนองน้ำหนองชุมแสงในการอุปโภค บริโภคและทำการเกษตร ต่อมามีผู้คนอาศัยเพิ่มขึ้น จึงจัดตั้งชื่อหมู่บ้านตามหนองน้ำ สาธารณะที่มีต้นชุมแสงขึ้นเต็มมากมาย ชื่อหมู่บ้านคือ บ้านหนองชุมแสง     เมื่อประชากรเพิ่มขึ้นเป็นชุมชนใหญ่ การปกครองดูและเป็นไปไม่ทั่วถึง เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2542 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งหมู่บ้านหนองชุมแสงล่าง หมู่ที่ 11 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี แยกจากหมู่ที่ 4 บ้านหนองชุมแสง โดยมีนายเสรี   กอวชิรพันธ์เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก

                 ประวัติหมู่ที่ 12 บ้านหนองเตียนล่าง
                ความเป็นมาของหมู่บ้านหนองเตียนล่างนั้น หมู่บ้านนี้ได้แยกหมู่บ้านออกมาจากหมู่ที่ 2 บ้านหนองเตียน เมื่อ พ.ศ. 2543 เนื่องจากพื้นที่หมู่ 2 นั้นมีอาณาเขตกว้างจึงทำให้ยากแก่การปกครองทั้งมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีนาย มานะ  ส่งสี เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก เมื่อ พ.ศ. 2543

                 ประวัติหมู่ที่ 13 บ้านหนองชุมแสง
                ประวัติความเป็นมาเหมือนหมู่ที่ 4 แต่แยกหมู่บ้านออกมาเมื่อ พ.ศ. 2542 โดยมีนายเผ่า  พุกคุ่ย เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ 1 ปี จากนั้นจึงลาออกในปีต่อมา มีนายผัน  พุกคุ่ย ลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้าน และได้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเป็นเวลา 4 เดือน จากนั้นจึงลงสมัครกำนันของตำบลท่าไม้รวกแล้วก็ได้เป็นกำนันเมื่อปี พ.ศ. 2543

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.

Top 10 Best Product in Beauty and Health For 2017 Top 10 Best Product in Camera and Drone For 2017 Top 10 Best Product in Kindle eBooks For 2017 Top 10 Best Product in Handmade Furniture in 2017 Top 10 Best Product in toy and games for kids in 2017